"กรุงเทพฯ" มีเมืองไหนรถติดเท่าเมืองนี้ไหม?
posted on 07 Jan 2009 14:43 by bigup-myhomies in Diaryเอนทรี่นี้คงจะเป็นอีกเอนทรี่นึงที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องการ์ตูน
มันเกิดมาจากการที่เมื่อวานเราอึดอัดมาก!!!
เพราะเมื่อวานรถติดมากๆๆ
ออกจากที่มหาลัย 16.30 ถึงบ้าน 21.00 โดยประมาณ
แม่เจ้า!!~ นี่ฉันเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ หรอเนี่ย???
ขอตั้งชื่อเอนทรี่นี้ว่า
"กรุงเทพฯ" <<มีเมืองไหนรถติดเท่าเมืองนี้ไหม?
ทุกวันนี้คงจะไม่มีใครบอกว่า ไม่ได้เป็นผู้ใช้รถใช้ถนน
ยกเว้นเสียแต่บางคนที่นั่งเรือ นั่งเครื่องบิน(?)ไปทำงาน ไปโรงเรียน...
ยุคสมัยเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนที่การคมนาคมส่วนใหญ่จะใช้แต่ทางเรือ
แต่แปลก...ตั้งแต่เกิดมาบนโลกใบนี้ไม่เค๊ย ไม่เคย ได้ยินคำว่า "เรือติด" มาก่อน
จะเห็นก็แต่ "รถติด"
ชาวกรุงเทพฯแทบทุกคนคงจะรู้จักคำนี้เป็นอย่างดี
ซึ่งเราก็รู้จักดีและก็เจอกับตัวบ่อยๆ จนเบื่อมากกกกกกกกกกกกกกก!!!
ไม่รู้มันจะติดอะไรนักหนา บางทีไฟเขียวก็แล้วแต่รถไม่ขยับ
โมโหมาก อยากเดินไปตบกระโหลก....สักคน...
เวลาไปทำงานไปเรียนตอนเช้า
ก็ต้องแหกหูแหกตาตื่นกันแต่ไก่โห่ ไม่ใช่เพราะบ้านไกล
แต่เพราะกลัวรถติด แถมรถเมล์ก็มาช้า ไม่รู้ว่าทั้งอู่มันมีถึง 10 คันหรือเปล่า?
แต่สำหรับ คนที่ใช้รถส่วนบุุคคลก็อีกเรื่องนึง
หลังจากที่เมื่อวานกลับมาถึงบ้าน (ซึ่งเพิ่งเจอรถโค-ตรติดมาเมื่อตอนกลับบ้าน)
เลยลองมานั่งคิดดูว่ามันมาจากสาเหุตอะไรได้บ้าง...
สาเหตุที่ 1: สัญญาณไฟเขียว-แดง ไม่ยุติธรรม
ในกรุงเทพเนี่ย มีหลากหลายแยก ทั้งสามแยก สี่แยก ห้าแยก หกแยก เจ็ด แปด เก้า ว่ากันไป...
แต่ละแยกก็มาจากถนนหลายเส้นสาย
เมื่อมีแยกก็ต้องมีไฟเขียวไฟแดงหรือไฟอำนาจกับไฟอิสระ(ตามคำเรียกของประเทศเพื่อนบ้านเรา)
เป็นสัญญาณบอกให้รถหยุดและรถไป
เว้นแต่บางประเทศอาจจะไม่มีไฟเขียวไฟแดง อันนั้นก็อีกเรื่องนึง
สาเหตุที่ทำให้รถติดน่ะหรอ?...
ก็เพราะว่า บางแยกไฟเขียวไฟแดงมันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
เช่นว่า...สี่แยกแห่งหนึ่ง มีแยกที่หนึ่ง แยกที่สอง แยกที่สาม แยกที่สี่
สมมุติรถเราติดอยู่แยกที่สี่ แยกอื่นๆติดไฟแดง 60 วินาที ไฟเขียว 40 วินาที
แต่แยกเราติดไฟแดง 200 วินาที ไฟเขียว 10 วินาที
ทำม๊ายยยยยยยยยยยย!!!!...แยกที่ฉันติดมันไปทำอะไรให้ใครเร๊อะ!!
ทำไมถึงติดนานเป็นทศวรรษเช่นนี้!!
แถมไฟเขียวก็ดันปล่อยเร็วตดยังไม่ทันหายเหม็นเลยพ่อคุณลุนช่อง!!
บร๊ะเจ้า!!!
อยุติธรรม!!
เราก็พอจะรู้ว่าการกำหนดเวลาสัญญาณไฟจราจรในแต่ละแยกนั้น
กำหนดจากที่ว่า แยกไหนที่มาจากถนนเส้นที่มีรถหนาแน่น ก็จะปล่อยเขียวนานหน่อย
ถึงงั้นก็เถอะ!! แบบนี้รถแยกอื่นก็รอกันหูดับตับไหม้นะเส่ะ!!
ถ้าไงก็อยากให้ปรับให้มันสมดุลกันมากกว่านี้หน่อย
นอกจากที่ไฟเขียวไฟแดงจะไม่ยุติธรรมแล้ว
ยังมีสาเหตุย่อยๆอีกสาเหตุนึงนั่นคือ "รถสตาร์ทตัวช้า"
จากการที่เราลองนั่งนับจับเวลาเวลาไฟเขียวแล้วรถคันหน้าสุดออกตัวนั้น
ใช้เวลาประมาณ 5 วินาที (อาจจะเร็วกว่าหรือช้ากว่านี้แล้วแต่ความตื่นตัวของผู้ขับขี่)
ล้อถึงจะหมุนเคลื่อนตัวออกไป
5 วินาทีนั้นมันก็ดูไม่เห็นจะนานตรงไหนใช่ไหม?
แต่ว่า...ถ้าไฟเขียว 10 วินาที รถคันหน้าสุดใช้เวลาสตาร์ท 5 วินาที
แม่เจ้า!!!...กว่าจะออกแบบนี้ รถคันอื่นก็รอกันไปเป็นชาติพอดี
กว่าจะเข้าเกียร์กว่าจะขยับพวงมาลัย เกียร์ออโต้ก็ดีหน่อย
เกียร์กระปุกแย่หน่อย ยิ่งรถเก่าๆก็งัดเกียร์กันเข้าไป...
ไหนๆก็พูดเรื่องไฟเขียวไฟแดงล่ะ
เลยขออนุญาตเอาข้อมูลที่หาได้มาแปะละกัน...
ระบบสัญญาณไฟจราจรแบบไม่มีผู้ควบคุม
ระบบตั้งเวลาล่วงหน้า (Pretimed) ระบบกึ่งอัตโนมัติ (Semiactuated)
และระบบอัตโนมัติ (Fully-actuated) นอกเหนือจากระบบควบคุมการจราจรพื้นที่
(Area Traffic Control System : ATC) ซึ่งระบบตั้งเวลาล่วงหน้า
ถือว่าเป็นระบบที่ความสลับซับซ้อนน้อยที่สุด สาเหตุหนึ่งคือ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อื่นใดเสริม
นอกจากตัวระบบสัญญาณไฟจราจรของตัวเอง โดยอ้างอิงเวลาที่ใช้ตั้งล่วงหน้า
มาจากการคำนวณบนพื้นฐานของปริมาณจราจรที่ได้จากการเก็บสำรวจมา
ระบบสัญญาณไฟจราจรระบบนี้ สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานคร
ในขณะที่ระบบกึ่งอัตโนมัติ และระบบอัตโนมัตินั้น
จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมเข้าไปในระบบสัญญาณไฟจราจร
เช่น การใช้แผ่นตรวจจับโลหะ หรือแผ่นตรวจจับน้ำหนัก
นำมาฝังไว้ที่บริเวณทางแยกที่มีสัญญาณไฟจราจร หรือการใช้ตัวจับภาพคำนวณ (Image Processing)
ซึ่งติดตั้งไว้ เหนือถนน ไว้เพื่อตรวจจับความยาวของแถว
คอยอันเนื่องมาจากสัญญาณไฟจราจร
ขอบคุณข้อมูลจาก:
http://www.thairath.com/news.php?section=bangkok04&content=111910
สาเหตุที่ 2: ความไม่มีระเบียบวินัยและไม่เคารพกฎจราจร
สาเหตุนี้เห็นทีจะเป็นสาเหตุหลักๆของตัวการทำให้รถติดเลยก็ว่าได้
เราเองก็ไม่ได้รู้เรื่องกฎจราจรอะไรมากมาย แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกชอบลักไก่
จะเลี้ยวแต่ดันไม่ขับรถชิดริม ดันขับซะกลาง แล้วค่อยลักไก่เลี้ยวเอา
แต่เราไม่ค่อยได้ใช้รถส่วนบุคคลเท่าไร นานๆทีจะได้นั่งรถพ่อไปมหาลัย
ส่วนใหญ่จะขึ้นรถเมล์เอาซะมากกว่า
เพราะฉะนั้นในสาเหตุที่2 นี้จะขอพูดถึงในกรณีของรถเมล์ก็แล้วกัน
ในกรุงเทพฯก็มีป้ายรถเมล์เยอะแยะ ค่อยข้างถี่เลยล่ะเราว่านะ
แต่ว่าไม่รู้ทำไมเหมือนกัน รถเมล์ส่วนใหญ่จะมักจอดไม่ตรงป้าย
เกิดจอดตรงป้ายก็ไม่ชิดริม ดันไปจอดกลางถนน ต้องให้คนเขาเดินไปขึ้น
สุดยอดทำให้รถติดเลยล่ะ แต่ก็นะ...จะไปว่าแต่คนขับรถเขาก็ไม่ได้
ผู้โดยสารนี่ก็มีส่วนเหมือนกัน บางคนไม่ยอมโบกรถตรงป้าย
กับอีแค่คุณเดินไม่กี่ก้าวไปที่ป้ายรถเมล์ยังไม่ยอมเดิน
รถเมล์ก็จี้เส้นจอดไม่ตรงป้ายตามที่ผู้โดยสารโบก
แต่บางคันก็ดี ไม่ยอมจอด ไปจอดที่ป้าย ให้(แม่ม)วิ่งมาขึ้นเอง
ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง
แล้วก็อีกประเภทหนึ่ง คือรถเมล์ที่ชอบรอผู้โดยสาร
พวกนี้จะเจอตามป้ายใหญ่ๆ ที่คนเยอะๆ จะพบเห็นบ่อยๆก็อนุสาวรีย์ชัยฯ
อ่อ...ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอพูดนิดนึง คำว่า "อนุสาวรีย์" เขียนว่า
"อนุสาวรีย์" ไม่ใช่ "อนุเสาวรีย์"
เห็นรถเมล์บางคัน เขียนอนุเสาวรีย์ ตอนแรกเราก็งงว่ามันใช่คำไหน เขียนยังไงกันแน่
จนไปสืบค้นมาสรุปได้ว่า "อนุสาวรีย์" นะคะ
เอ้าต่อ...แต่ละป้ายที่อนุสาวรีย์ชัยฯ นั้น
เรามักจะเจอปัญหาที่รถเมล์จอดคอยผู้โดยสาร
ทำให้รถเมล์ที่มาทีหลังติดค้างเป็นแถวยาวยืด
ไม่รู้มันจะรอทำไม ถ้ารอแป้บๆแล้วไปอันนี้ไม่ว่ากัน
แต่พวกประเภทจอดแช่นี้ไม่ไหวๆ...
สาเหตุที่3: รถบนท้องถนนเยอะเกินไป
จากเท่าที่เราเคยเห็นมา ไม่เคยเห็นเมืองไหนที่รถเยอะเท่านี้เลย
หรือ ถ้ามีเยอะกว่านี้ก็ไม่เห็นเขาจะติดแบบนี้ (หรือเราไม่เคยเห็น???)
เราเชื่อว่าหลายๆคนก็คงอยากจะมีรถเป็นของตัวเอง ไปไหนมาไหนสะดวกสบาย
เราเองก็อยากได้รถส่วนตัวเหมือนกัน แต่ตอนนี้เริ่มไม่อยากได้ละ
เพราะสาเหตุหลายๆอย่างทั้งน้ำมันก็ใช่ว่าจะถูก รถก็เยอะ
เรารู้สึกว่าที่ประเทศของเรานั้น คนแต่ละคนได้ใบขับขี่ง่ายเกินไป
พอขับรถได้ก็ไปสอบใบขับขี่ รู้สึกจะไม่เข้มงวดด้วยใช่ไหม?
(เราเองก็ขับรถไม่เป็น ไม่เคยสอบใบขับขี่เลยไม่รู้ซะด้วย- -)
เพราะงั้นจึงเป็นสาเหตุให้มีคนใช้รถส่วนตัวมากขึ้น
เพราะเพียงแค่คุณมีเงินที่พอจะซื้อรถ และสอบใบขับขี่ไม่เท่าไรก็ผ่าน
เพียงเท่านี้ก็จะมีรถไว้ใช้ได้แล้ว...
นั้นแล...เราจึงคิดว่ามันง่ายเกินไป
จะขอยกตัวอย่างจากประเทศๆหนึ่งนั่นคือ...ประเทศญี่ปุ่น
เท่าที่รู้และสามารถหาข้อมูลมาได้
ญี่ปุ่นนี่ใช่ว่ามีเงินซื้อรถ แล้วสอบใบขับขี่แป้บๆจะผ่านเลยนะ
แต่เขาค่อนข้างที่จะมากเรื่องและเรื่องมากเลยทีเดียว
เห็นว่ากันว่า สอบข้อเขียนน่ะง่าย แต่ปฏิบัติเนี่ยยาก
เวลาจอดรถ เขาจะกำหนดมาเลยว่า เวลาจอดตรงเส้นหยุดจะต้องจอดให้ได้ระยะ 1 เมตร
เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องจอดให้ได้ 1 เมตร ถ้าจอดติดเส้นมากกว่านี้ก็ไม่ได้
(ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง:
http://www.hokutoda.com/varietyboard/detail.php?WebID=787)
เราเคยคุยกับอาจารย์เราเรื่องเกี่ยวกับสอบใบขับขี่ที่ญี่ปุ่น
อาจารย์เคยบอกว่า ที่นั่นค่อยข้างที่จะเข้มงวดมากเลยที่เดียว
การได้ใบขับขี่ไม่ใช่ง่ายๆ แม้แต่จักรยานยังต้องมีใบขับขี่เลย
เขาจะออกใบขับขี่ให้ หรือจะให้เราสอบผ่านได้นั้น
เขาต้องมั่นใจว่า เราไม่ได้ไปขับรถแล้วดริฟฟ์กลางถนน
ไม่เช่นนั้น ถ้าไม่เข้มงวด อาจจะเกิดปัญหาทำความเดือดร้อนได้
ประเทศเราเองไม่ค่อยเข้มงวดกับเรื่องแบบนี้เท่าไร
ชอบเป็นประเภทวัวหายล้อมคอก
เกิดอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง ถึงจะค่อยมาคิดทำกันอย่างจริงจัง
สาเหตุที่ 4: อุบัติเหตุบนท้องถนน
อุบัติเหตุนี้ก็เป็นอีกสาเหตุนึงที่ถ้าเกิดขึ้นแล้วล่ะก็ รถติดชัวร์
ถ้าเป็นอุบัติเหตุเล็กๆคงไม่เท่าไร แต่ถ้าอุบัติเหตุใหญ่ๆก็ไม่ต้องพูดถึงเลย
หัวขบวนอยู่กรุงเทพ หางขบวนอยู่ขั้วโลก
อุบัติเหตุเกิดจากความประมาทเป็นสาเหตุหลักๆ
เพราะฉะนั้นแล้ว...ถ้าเราไม่ประมาท
และมีความระมัดระวังรอบคอบอยู่เสมอๆ เรื่องแบบนี้ก็จะลดน้อยลง
นอกจากจะเป็นปัญหารถติดแล้ว อุบัติเหตุยังนำไปสู่การสูญเสียอีก
ไม่มีอะไรดีสักอย่าง เพราะงั้นแล้ว ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท
เคยได้ยินมีคำกล่าวไว้ว่า "ให้ใช้ชีวิต เหมือนวันนี้เป็นสุดท้ายของชีวิต"
สาเหตุที่ 5: การปิดถนน
ปิดถนนไม่ว่าจะเนื่องจากสาเหตุอะไร ก็รถติดทั้งนั้น
แต่สาเหตุนี้ ส่วนใหญ่เราเองจะไม่สามารถทำอะไรได้
นอกเสียจากต้องเหลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น
(ซึ่งมันก็จะติดเหมือนกัน เเพราะคนอื่นก็เหลี่ยงมาเหมือนเรา)
สาเหตุที่6: ผังเมือง-การขนส่ง ไม่ดี
ออกตัวไว้ก่อนว่าเราเองก็ไม่ได้รู้เรื่องผังเมือง
และการขนส่งของกรุงเทพฯและถนนหนทางมากนัก
แต่เท่าที่รู้คือ ผังเมืองในกรุงเทพฯนั้นค่อยข้างจะไม่ดีเท่าไร รู้สึกจะมั่วๆยังไงก็ไม่รู้
ถนนหนทางมันก็ดูปนเปกันไปหมด
เหมือนเคยจะได้ยินมาว่าบางประเทศ
(ประเทศไหนไม่รู้ เคยได้ยินมานานแล้ว อาจารย์เล่าให้ฟัง-*-)
ระบบการขนส่งดีมาก แบบว่า...การขนส่งสินค้าก็จะมีเส้นทางของการขนส่งสินค้าเลย
ไม่ใช่มาขับปนกับถนนเส้นปกติ
ว่าไปนั่น...กรุงเทพฯท่าจะทำได้ยาก ไม่สิ ทำไม่ได้เลยซะมากกว่า
เท่าที่เราพิมพ์มายืดยาวนี้ เราก็คิดออกเพียงเท่านี้
มีใครได้อ่านแล้วนึกสาเหตุอื่นได้อีกก็ลองแสดงความเห็นไว้นะจ๊ะ จุ๊บๆ
เพราะงั้นแล้ว...ดังที่กล่าวมาข้างต้นนะจ๊ะ
มาช่วยกันลดการใช้รถส่วนบุคคล แล้วหันมาใช้รถสาธารณะดีกว่า
ใครที่บ้านใกล้ๆก็เดินเอา เป็นการออกกำลังการที่ดีด้วยนะ^^
อ่อ...ใช่...วันที่ 11 ม.ค. นี้ก็จะต้องเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯกันแล้วนิ
ใครที่มีสิทธิก็ออกไปใช้สิทธิกันนะคะ
เห็นมาหลายปีแล้วล่ะ ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงมีสิทธิเลือกตั้ง จนอายุถึง
จะมีนโยบายของผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ หลายๆคน
บอกว่าจะแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ
เห็นมาหลายยุค หลายสมัยแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นจะมีหนทางแก้ได้สำเร็จซักที
มันคงเป็นยิ่งกว่าปัญหาโลกแตก ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกันไปซะแล้ว...
ก่อนจบเอนทรี่
อยากถามว่ามีใครไปงานคอมปาวันที่ 17-18 บ้าง??
อร๊าง~~เราไปล๊า แต่คิดว่าคงไปวันที่ 18
เอนทรี่หน้าลงโด8059 ต่อเลยล่ะนะ 555+
ปอลิง.วันนี้ตามตาราง SIC รีบอนออกเล่ม 18 อ๊ะจ๊าก!!!
สงสัยวันนี้จะไม่ได้ซื้อซะแล้วT T
Soul Eater เล่ม 3 ก็ยังไม่ได้ซื้อ โฮกT T ชีวิตรันทด
ปอลิง2. ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและเม้นนะคะ
ไม่รู้ว่าที่พิมพ์มาทั้งหมดจะได้ความรู้กันมั้งหรือเปล่า 555+



อยู่เส้นลาดพร้าวนี่นรกแตกมากมาย
ไปคอมปาด้วยคน><~
#1 By Seiz on 2009-01-07 15:44