[เอนทรี่พิเศษ]พักโดสักนิด แล้วฟิตไปเที่ยวกาญฯ
posted on 17 Apr 2009 19:13 by bigup-myhomies in Diaryหวัดดีค่าาาาาาาาาาาาาาาา!!!
>[]<!!!
ช่วงสงกรานต์ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างเอ่ย???
เมื่อวันที่ 15 เราไปกาญจนบุรีมา ส่วเมื่อวานไปไหว้พระเก้าวัดมาค่ะ
เหนื่อยมาก แต่ก็อิ่มบุญดี ฮาๆ
และด้วยความที่เราไม่มีกล้องถ่ายรูป-*-
และด้วยความที่เราเห่อมือถือใหม่ ก็เลยถ่ายรูปมาเยอะแยะเลย ฮาๆ
แต่ว่าน่าเสียดายที่วันไปไหว้พระดันต้องตื่นเช้าๆแล้วก็รีบๆเราเลยลืมเอามือถือไป เพราะงั้นเลยไม่มีรูป-*-
เพราะงั้นเอนทรี่นี้ก็เลยจะเอารูปที่ถ่ายมาจากที่กาญฯมาลงให้ดู
แต่ว่า!!....เราไม่ได้ไปไหนมากมายหรอก- -
เพราะเรื่องของเรื่องแล้ว ที่บ้านเราไม่ได้ตั้งใจจะไปเที่ยว- -
เพียงแต่ตั้งใจจะไปเยี่ยมป้ากับลุงที่กาญฯ
แต่พอดีว่าลุงเราเป็นทหารหน่วยรบ
ก็เลยต้องลงมากรุงเทพเพราะต้องเตรียมพร้อมเรื่องการบ้านการเมือง(น่าจะรู้ๆว่าหมายถึงอะไร ฮา)
ป้าเราเลยอยู่บ้านคนเดียว ก็เลยอยู่คุยเป็นเพื่อนป้าจนบ่ายแก่ๆ
พอตอนขากลับก็เลยแวะเที่ยวได้แค่ "บางแห่ง"
เอาละมาสาดรูปกันดีกว่า...
*หมายเหตุ* รูปที่ถ่ายทั้งหมด ถ่ายจากกล้องมือถือ- - ....
แถมไอ้ตัวคนถ่ายดันเป็นพวกถ่ายรูปไมไ่ด้เรื่องเพราะงั้นรูปที่คัดลงบล็อกเลยมีน้อยนิด
แถมมุมก็ไม่ค่อยสวย เพราะงั้นอย่าว่ากัน =/\=
ก่อนสาดรูปต้องมีรีพอตซักหน่อย
ที่แรกที่ไปเลยก็คือ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว"
พอดีอยู่ไม่ไกลจากบ้านป้านัก เลยไปที่นี่ก่อน...
สะพานข้ามแม่น้ำแคว (The Bridge of the River Kwai)
เป็นสะพานที่สำคัญอย่างแรง!! ของรถไฟสายมรณะ
เป็นสะพานที่สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้ข้ามแม่น้ำแคว(ตามชื่อเลย)
ซึ่งเป็นทางผ่านของรถไฟสายมรณะนั่นเอง...
สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นู้น (โหวววววว =[]=)
โดยกองทัพญี่ปุ่น ได้เกณฑ์เฉลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร
(อันได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์)
ประมาณ 61,700 คน (โอ้วววววว=[]=!!)
แล้วก็ยังมีกรรมกรชาวจีน ญวน มลายู ไทย พม่า และอินเดียอีกมากมายก่ายกอง
มาสร้างทางรถไฟสายนี้ เพื่อเป็นเส้นทางสู่ประเทศพม่า
และการสร้างสะพานแห่งนี้ ก็ลำบากลำบนปนเศร้าหมองจริงๆ (โฮก
)
เพราะนอกจากความลำบากยากเย็นของการสร้างสะพานที่มีอยู่เป็นทุนเดิมแล้วนั้นไซร้...
กลับต้องมาเจอกับผลพวงจากสงครามอีกด้วย
เช่น การขาดแคลนอาหาร ความโหดร้ายทารุณ และก็โรคภัยต่างๆ
เพราะเหตุนี้ จึงทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องจบชีวิตลง (ช่างน่าเศร้าT-T)
(ด้านขวามือของรูปนี้ มีของขายด้วย คนเยอะแยะดี...)
และเนื่องจากสะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้
เคยได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2
รัฐบาลไทยจึงได้ซ่อมแซมใหม่ซะ จนสามารถใช้งานได้ดังเดิม....
ปัจจุบันนี้รถไฟสายมรณะสายนี้ก็ยังเปิดใช้อยู่นะจ๊ะ
ส่วนในรูปนั้นไม่ใช่ว่าหนุ่มเสื้อส้มเขาเดินเข้าหารถไฟนะ =[]=!!
เขาเดินตามหลังต่างหาก...
รถไฟที่เห็นนั่นเป็นรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะนั่งรถไฟชมบรรยากาศจ้ะ
เรื่องก็เป็นเช่นนี้ล่ะ....
รูปนี้คือ รูปที่เราถ่ายภาพที่นี่แล้วชอบที่สุด >[]<b
เพราะถ่ายออกมาแล้วรู้สึกว่ามุมกำลังดี แถมเห็นตัวสะพานค่อนข้างชัดเจน
ใจจริงแล้วอยากถ่ายรูปกลางสะพานเลย แต่ว่าทำไม่ได้
เพราะวันนั้นนักท่องเที่ยวเยอะ(สาด)มาก!!
มีแต่นักเที่ยวเที่ยวชาวฝรั่งกับจีน คนไทยไม่ค่อยเห็นเท่าไรแฮะ- -
ไอ้ครั้นจะเดินไปถ่ายตรงกลางให้เห็นด้านในสะพานเลยก็ทำไม่ได้
เพราะคนเดินเยอะ ที่แคบสุดชีวิต ทำให้อิแก้มไม่สามารถหยุดเดินได้!!!!! =[]=!!

รูปนี้ ใจจริงจะถ่ายบรรยากาศโดยรอบเวลาที่ไปยืนอยู่บนสะพานนั้น
แต่ไหงออกมาแบบนี้ไม่รู้สิ-*-
ก่อนจะไปที่สถานที่ต่อไป
ขอเม้าท์ป้าคนนึงบนสะพานหน่อย...(มันคันปากยุบยิบ)
เรื่องมีอยู่ว่า ตอนนั้นเรากำลังเดินอยู่บนสะพาน
อย่างที่เห็นรูปด้านบนว่าทางเดินมันแคบมากๆ พูดง่ายๆว่าเดินได้แค่เรียงเดี่ยว
แล้วก็ด้านข้างมีทางเดินแคบๆขนาดประมาณ 1 ฝ่าเท้าและเป็นพื้นไม้เท่านั้น
ซึ่งคนไม่ค่อยเดิน เพราะมันดูอันตรายๆ
เราก็ค่อยๆเดินเข้าไป เราเดินตามกลุ่มนักท่องเที่ยวฝรั่งกลุ่มนึง
แล้วพอดีกับที่มีป้าคนนึงแก่เดินสวนมา แล้วมีนักท่องเที่ยว 2 คน(เป็น 1 ในกลุ่มนั้น)
กำลังหยุดยืนถ่ายรูปกัน ส่วนเราที่ยืนอยู่ด้านหลังก็คือ หยุดเดินแล้วยืนหลบนิดนึง
เพื่อรอให้เขาถ่ายรูปกันให้เสร็จ
(คนส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนั้น คือ ถ้ามีคนยืนถ่ายรูปอยู่เขาก็จะหยุดยืนแบบนั้น)
แต่คุณป้าคนนี้มาจากไหนไ่ม่ทราบ อยู่ๆเดินสวนมา
แล้วป้าแกก็เดินชนกระแทกนักท่องเที่ยวฝรั่ง 2 คนนั้นเลย
เราเห็นก็ตกใจ เพราะกลัวเขาล้มแล้วเกิดดันตกลงไปนี้เสี่ยงชีวิตมากมาย
แถมป้าคนนี้แกหงุดหงิดลูกหลานไม่รักหรือยังไงไม่ทราบ
จู่ๆแกก็หันไปว่านักท่องเที่ยว 2 คนนั้นว่า ...
"โอ๊ย แม่งถ่ายรูปกันอยู่ได้ คนเดิินเยอะจะตายห่า เวรจริง!!"
คือ...ทุเรศง่ะ- -
คุณฝรั่ง 2 คนนั้นเขาก็ทำหน้างงๆ ประมาณว่า ตะโกนอะไร
เพราะดูๆแล้วเขาฟังไม่รู้เรื่อง
และยัยป้าก็คงจะรู้ว่าเขาฟังไม่รู้เรื่องถึงกล้าพูด
น่าเกลียดนะแบบนี้....- -
เอามาเล่าสู่กันฟัง
ยังไงก็อย่าไปทำนิสัยแบบนั้นกันนะคะ
ถ้าเรารีบจริงๆก็บอกเขาดีๆจะดีกว่า
พูดอังกฤษไม่ได้สะกิดเขาสักนิดแล้วภาษามือก็ยังดี เพราะยังไงๆสถานการณ์แบบนั้น
ถึงไม่พูด ก็รู้อยู่แล้วว่ากำลังรีบๆ
พอดีกว่าๆ...
ไปสถานที่ต่อไป....
สืบเนื่องจากด้านบนที่ว่า มีทหารเสียชีวิตจากการสร้างรถไฟสายมรณะเป็นจำนวนมาก
แล้วพวกท่านๆเหล่านั้น อยู่ที่ไหนกันบ้างเล่า??....
ก็นี่เลยค่ะ...
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก (Kanchanaburi War Cemetery)
สุสานแห่งนี้บรรจุกระดูกของทหารสัมพันธมิตร
ที่เสียชีวิตจากการสร้างรถไฟสายมรณะ จำนวน 6,982 หลุม (=[]=)
(นี้เป็นประตูทางเข้าสุสานจ๊ะ ที่ไม่ได้ถ่ายตรงๆประตู เพราะว่าอยู่ติดถนน กลัวโดนรถชน ฮาๆ)
สุสานแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 17 ไร่
อยู่ห่างจากศูนย์กลางจังหวักาญจนบุรี 2 กิโลเมตรจ้ะ

(รูปนี้ (คิดว่า)คือ คำอธิบายสุสานเป็นภาษาอังกฤษ ล่ะนะ- -...)
ด้านในถูกจัดตกแต่งอย่างสวยสุดๆ โดยส่วนตัวแล้วชอบมากๆเลยล่ะ
พอเข้าไปจากทางประตูสุสานแล้วเหมือนโบสถ์คริสต์เลย
เราเดินอยู่ที่นี่นานกว่าที่สะพานข้ามแม่น้ำแควอีกล่ัะมั้ง ฮาๆ
เท่าที่เดินๆดู (ซึ่งไม่ทั่วนัก- -) ท่านทหารที่ถูกฝังอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นพลทหาร(Private)
แล้วก็มี ยศ Driver (ยศไรไม่รู้ ใครรู้ช่วยบอกด้วย...ห้ามตอบว่าคนขับรถนะ- -)
ป้ายหินที่สลักชื่อเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดจ๊ะ
ที่ป้ายสลักก็มีชื่อ หน่วยสังกัด(ล่ะมั้ง- -) แล้วก็อายุ ประมาณนี้ล่ะ- -
เท่าที่เดินๆดู(อีกครั้ง- -) ส่วนใหญ่จะอายุประมาณ 20 กว่าๆ จนถึง 30 ปลายๆจ้ะ
รูปนี้ถ่ายตรงหลังในสุดของสุสาน
ซึ่งตรงกลางจะมีไม้กางเขนอย่างที่เห็นนั้นตั้งอยู่อย่างเห็นได้เด่นๆเลยล่ะ
เราเห็นแล้วรีบเดินเข้าไปถ่ายรูปก่อนเลย
เพราะรู้สึกชอบมากๆ ได้บรรยากาศดีจริงๆ
ส่วนรูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายจากที่นี่แล้วชอบที่สุด!!!
เสียดายอย่างเดียว เมฆบนฟ้าน้อยไปหน่อย- -
(แล้วถ้าไม่มีอาคารด้านหลังแบบนั้นจะดีกว่านี้เยอะ- -)
มาถึงตรงนี้ก็อยากให้ทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน
ร่วมกันไว้อาลัยเหล่าท่านๆทหารด้วย
ที่ท่านๆทหารเหล่านั้นต้องมาเสียชีวิตลงอย่างนี้
แล้วยิ่งกับในประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิดตัวเองแล้วด้วยก็นะ.......
.....
จบการรายงาน (ฮา)
(มาถึงตรงนี้ มีใครอ่านแล้วจิ้นเป็น "เฮตาเลีย" ไหม? ฮาๆ...)
พอได้ไปเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวแนวแบบนี้แล้วรู้สึกว่า...
โชคดี(?)จริงๆนะที่เราๆทุกๆคนได้เกิดมาในสมัยนี้
ไม่ต้องเจอสงครามที่รุนแรงแล้วก็โหดร้ายเหมือนสมัยก่อน
เพราะยังไงๆก็ตามคำว่า "สงคราม" ก็ไม่เกิดผลดีต่อใครทั้งนั้น
ไม่ว่าจะ "ชนะ" หรือ "แพ้"....
แต่ว่า....ใครจะไปรู้ล่ะ ในอนาคตอาจจะเกิด "สงครามโลกครั้งที่ 3" ในยุคของพวกเราๆก็ได้....









เอนทรี่นี้ขอให้เป็นเอนทรี่พิเศษละกัน ฮาๆ
ไม่มีโดจินแถมนะจ๊ะ >3<
ยังไงๆก็ขอขอบคุณ...
- จังหวัดกาญจนบุรีที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แบบนี้นะคะ
- วิกิพีเดีย...สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม^^
- พ่อกับแม่ที่พาหนูไปเที่ยว กร๊ากกกกกกกกกกก
- ขอบคุณทุกๆคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ
ปอลิง. เอนทรี่หน้าสัญญาว่าเป็น โด D18 แน่นอน ... (ได้ข่าวว่าสัญญามาหลายเอนทรี่แล้ว- -)
ปอลิง2. ยังรับ Mod บอร์ดพ่อบ้านอยู่นะคะ...ขอคนที่เป็นได้แน่นอน
แบบว่า ไม่อยากให้เป็นๆหยุดๆ เพราะแค่อยากดูแลบอร์ด แต่อยากให้มีเวลาแล้วก็รักการ์ตูนเรื่องนี้ด้วย
..... 





....
.................(สาดส่งท้าย ฮาๆ)....................



รูปก็สวยจังเลย ย
นี่ขนาดกล้องมือถือนะเนี่ย
#1 By MaY[u] on 2009-04-17 21:37